ชื่อหนัง : สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก (พ.ศ.2553)
ชื่อภาษาอังกฤษ : Crazy Little Thing Called Love
เข้าฉายวันแรก : 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553 (12 August 2010)
จัดจำหน่าย : สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ประเภท : โรแมนติก
ผู้กำกับ : พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร, วศิน ปกป้อง
นักแสดงหลัก : มาริโอ้ เมาเร่อ(รับบท พี่โชน), พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ (รับบท น้ำ)
เรื่องย่อ :
จุดเริ่มต้นของ "ลูกเป็ดขี้เหร่"
เรื่องราวเริ่มต้นที่ "น้ำ" (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) เด็กสาวมัธยมศึกษาปีที่ 1 วัย 14 ปี เธอเป็นเด็กนักเรียนหน้าตาธรรมดาๆ ผิวคล้ำ แต่งตัวเชย และผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง น้ำแอบชอบ "พี่โชน" (มาริโอ้ เมาเร่อ) รุ่นพี่ ม.4 หน้าตาดี มีเสน่ห์ ยิ้มเก่ง และเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน โชนเป็นขวัญใจของสาวๆ ทั้งโรงเรียน ซึ่งดูห่างไกลจากน้ำราวฟ้ากับเหว
น้ำและกลุ่มเพื่อนสนิทอีก 3 คน (เชียร์, กี้, นิ่ม) คอยตามเชียร์และแอบมองโชนอยู่ห่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง น้ำตัดสินใจว่าเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ อีกต่อไป เธอและเพื่อนๆ เริ่มปฏิบัติตาม "คู่มือชวนช็อค 9 วิธีที่จะทำให้รุ่นพี่หันมาสนใจ" (เช่น การแอบเอาของไปใส่ในล็อกเกอร์, การเดินผ่านให้บ่อยขึ้น, การทำของตกต่อหน้า) แต่ดูเหมือนทุกวิธีจะลงเอยด้วยความโก๊ะและล้มเหลวไม่เป็นท่า
การเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อน้ำรู้ว่าโชนชอบผู้หญิงที่สวยและเก่ง เธอจึงเริ่มต้นปฏิวัติเสนอตัวเองเพื่อเปลี่ยนจาก "ลูกเป็ดขี้เหร่" ให้กลายเป็น "หงส์" น้ำเริ่มขัดผิวด้วยขมิ้นจนตัวเหลือง, จัดฟัน, เปลี่ยนทรงผม และตั้งใจเรียนเพื่อสอบให้ได้ที่ 1 ของห้อง
ในขณะเดียวกัน โลกเหวี่ยงให้น้ำได้เข้าใกล้โชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัว:
ละครเวทีโรงเรียน: น้ำได้รับเลือกให้แสดงเป็นสโนว์ไวท์ในละครเวทีคณะละครภาษาอังกฤษ และโชนก็เข้ามาช่วยงานเบื้องหลัง (ฉากจัดไฟในตำนานที่โชนเอาแอปเปิ้ลที่กัดแล้วมาให้น้ำ)
ดรัมเมเยอร์: ในช่วง ม.3 น้ำเปลี่ยนไปจนสวยสะดุดตา และได้รับเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนในงานกีฬาสี ทำให้เธอเริ่มกลายเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ
อุปสรรคและความเข้าใจผิด
ความสวยและโดดเด่นของน้ำเตะตา "ท็อป" (อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล) เพื่อนสนิทของโชนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ท็อปเป็นคนเปิดเผยและรุกจีบน้ำอย่างจริงจัง ท็อปพาน้ำเข้ามาร่วมกลุ่มกับโชน ทำให้น้ำได้อยู่ใกล้ชิดโชนมากขึ้น แต่ในฐานะ "คนคุ้นเคยของเพื่อน"
โชนเองแม้จะมีความรู้สึกดีๆ ให้น้ำ แต่ด้วยกฎเหล็กระหว่างเพื่อนสนิทที่ท็อปเคยขอไว้ว่า "ห้ามจีบผู้หญิงคนเดียวกับเพื่อน" ทำให้โชนต้องเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้และคอยดูน้ำอยู่ห่างๆ วันหนึ่งท็อปขอแต่งงาน (ในเชิงป๊อปปี้เลิฟ) แต่น้ำปฏิเสธและขอเป็นแค่เพื่อน ทำให้ท็อปเสียใจและขอสัญญาจากโชนว่า "ห้ามโชนจีบน้ำเด็ดขาด" โชนจำใจรับปากเพื่อรักษามิตรภาพ
ความใกล้ชิดกับกลุ่มรุ่นพี่ ทำให้น้ำเริ่มห่างเหินจากกลุ่มเพื่อนสนิท ม.ต้น จนเกิดการทะเลาะกัน แต่น้ำก็คิดได้และกลับมาง้อเพื่อนๆ ในวันสอบจบ ม.3
วันจบการศึกษาและการสารภาพรักที่เจ็บปวด
วันสุดท้ายของภาคเรียน ม.3 (ซึ่งโชนกำลังจะจบ ม.6) น้ำตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมด เดินไปหาโชนที่ขอบสระว่ายน้ำของโรงเรียนเพื่อสารภาพความในใจ เธอยื่นดอกไม้และบอกความรู้สึกที่เก็บงำมาตลอด 3 ปีว่า ทุกสิ่งที่เธอทำ ทั้งการเปลี่ยนตัวเอง การตั้งใจเรียน ก็เพื่อพี่โชนคนเดียว
ทว่า... ความจริงอันโหดร้ายคือ บนเสื้อนักเรียนของโชนมีรอยปากกาเขียนไว้แล้วว่า "ปิ่นรักโชน" (ปิ่นคือรุ่นพี่ผู้หญิงที่สนิทกับโชน) และโชนตอบน้ำกลับมาว่า "พี่เพิ่งตกลงเป็นแฟนกับปิ่นเมื่อกี้นี้เอง"
น้ำหัวใจสลาย เธอพยายามฝืนยิ้ม ยินดีกับโชน ก่อนจะก้าวถอยหลังตกลงไปในสระว่ายน้ำอย่างหมดสภาพ ฉากนี้เป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนใจที่สุดของภาพยนตร์
ความจริงจากสมุดบันทึกของโชน
หลังจากน้ำเดินจากไป หนังเฉลยความจริงผ่านมุมมองของโชน โดยเปิดเผย "สมุดบันทึกภาพถ่าย" ที่โชนทำไว้แอบบันทึกเรื่องราวของน้ำมาตั้งแต่วันแรก:
โชนแอบชอบน้ำตั้งแต่ตอนที่น้ำยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวดำๆ เชยๆ
กุหลาบที่โชนปลูกมาให้, มะม่วงที่ให้, หรือการแอบถ่ายรูปน้ำในมุมต่างๆ ทั้งหมดเกิดจากความรักที่โชนมีให้น้ำมาโดยตลอด
คืนนั้นโชนเอาสมุดบันทึกเล่มนี้ไปวางไว้ที่หน้าบ้านน้ำ พร้อมกับเดินทางออกจากเมืองเพื่อไปเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดเยาวชนตามความฝัน
9 ปีผ่านไป: ปาฏิหาริย์ของรักแรก
9 ปีต่อมา น้ำเติบโตขึ้นเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา และได้กลับมาเมืองไทยเพื่อออกรายการทอล์กโชว์รายการหนึ่ง
ในรายการ พิธีกรได้เซอร์ไพรส์น้ำด้วยการเชิญ "โชน" ซึ่งปัจจุบันเลิกเล่นฟุตบอลแล้วและผันตัวมาเป็นช่างภาพมืออาชีพมาร่วมรายการ ทั้งคู่ได้กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ สายตาของทั้งคู่ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกเดิมๆ
น้ำน้ำตาคลอและถามโชนด้วยคำถามที่ค้างคาใจมานาน 9 ปีว่า "พี่โชนแต่งงานหรือยังคะ?"
โชนยิ้มและตอบกลับมาด้วยประโยคคลาสสิกว่า "อ๋อ... คือ พี่กำลังรอคนคนหนึ่งกลับมาจากอเมริกาครับ"
ภาพยนตร์จบลงด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุขของทั้งคู่ เป็นอันว่าความรักที่ยาวนานเกือบทศวรรษของพวกเขาสมหวังในที่สุด
ภาพโปสเตอร์หนัง :
ตัวอย่างหนัง :

